โครงการของกรมทางหลวง · การประชุมปฐมนิเทศ (สัมมนา ครั้งที่ 1)

ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
หมายเลข 91 (MR10)

ช่วง ทล.32 – สุพรรณบุรี · ระยะทาง 37.983 กิโลเมตร

โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ และสำรวจและออกแบบรายละเอียด และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม — เว็บไซต์นี้รวบรวม “เนื้อหาทุกหน้า ทุกข้อความ และทุกภาพ” จากเอกสารประกอบการประชุม แผ่นพับ และแผงโรลอัพ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเข้าถึงได้ง่าย

37.983 กม.
ระยะทางโครงการ
4 ช่อง
ช่องจราจร (ยกระดับ)
3
ทางแยกต่างระดับ
3 / 6 / 18
จังหวัด / อำเภอ / ตำบล
450 วัน
ระยะเวลาศึกษา
7
กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ภาพรวมเว็บไซต์

เลือกหัวข้อที่ต้องการ

เนื้อหาทั้งหมดถูกจัดเรียงใหม่ให้อ่านง่าย พร้อมลิงก์ไปยังเอกสารต้นฉบับทุกหน้า

🛣️

รายละเอียดโครงการ

ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ประโยชน์ พื้นที่ศึกษา และขอบเขตการดำเนินงาน

อ่านต่อ →
📐

แนวเส้นทาง & การออกแบบ

รูปแบบทางยกระดับ 4 ช่องจราจร และทางเลือกทางแยกต่างระดับ 3 จุด

อ่านต่อ →
🌿

การศึกษาสิ่งแวดล้อม

ขั้นตอน IEE / EIA พื้นที่อ่อนไหว และมาตรการป้องกันผลกระทบ

อ่านต่อ →
🤝

การมีส่วนร่วมประชาชน

กลุ่มเป้าหมาย 7 กลุ่ม การประชุมสัมมนา 3 ครั้ง และกลุ่มย่อย 2 ครั้ง

อ่านต่อ →
🎯

ประเด็นชี้แจง Stakeholder

สรุปสารสำคัญและคำตอบต่อข้อกังวล สำหรับชี้แจงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

ไปยังหน้าสรุป →
🗂️

เอกสารต้นฉบับทุกหน้า

เอกสารประชุม 48 หน้า · แผ่นพับ 9 หน้า · โรลอัพ 4 แผง (รวม 61 ภาพ)

เปิดคลังเอกสาร →
ส่วนที่ 1–3

ความเป็นมา · วัตถุประสงค์ · ประโยชน์

ทำไมประเทศไทยจึงต้องมี “วงแหวนรอบที่ 3” และบทบาทของช่วง ทล.32 – สุพรรณบุรี

📌 ความเป็นมาของโครงการ

ในอดีตโครงข่ายถนนหลักของไทยถูกสร้างแบบ พุ่งออกจากศูนย์กลาง (Radial) โดยมีกรุงเทพฯ เป็นจุดตัดหลัก ทำให้รถข้ามภูมิภาคและรถบรรทุกต้องวิ่งผ่านเมืองชั้นในโดยไม่จำเป็น เกิดปัญหาจราจรติดขัด แม้จะมีวงแหวนรอบที่ 1 (รัชดาภิเษก) และรอบที่ 2 (กาญจนาภิเษก) แต่ปัจจุบันเริ่มเต็มศักยภาพ

กระทรวงคมนาคมจึงกำหนดยุทธศาสตร์ MR-MAP (พ.ศ. 2560–2579) บูรณาการมอเตอร์เวย์ร่วมกับระบบราง โดย MR10 ถูกกำหนดบทบาทเป็น “ถนนวงแหวนรอบที่ 3” เชื่อมการเดินทางระหว่างภูมิภาคโดยไม่ต้องผ่านใจกลางกรุงเทพฯ

🎯 วัตถุประสงค์ของโครงการ

  • สำรวจและออกแบบรายละเอียด โครงการ MR10 ช่วง ทล.32 – สุพรรณบุรี ระยะทาง ~37.983 กม. พร้อมจัดทำเอกสารประกวดราคาและประมาณการค่าก่อสร้าง
  • ศึกษา–วิเคราะห์ ข้อมูลวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และปริมาณจราจร เพื่อให้ได้รูปแบบที่เหมาะสมที่สุด
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดการศึกษา

✅ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  • เชื่อมโยงรอบกรุงเทพฯ–ปริมณฑล เชื่อมภาคตะวันตก กลางตอนบน และตะวันออก (ต่อไปถึงเหนือ–อีสาน–ใต้)
  • สนับสนุนเศรษฐกิจ การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และการเข้าถึงแหล่งงาน
  • เป็นทางเลือกการเดินทาง ประหยัดเวลา รองรับกรณีฉุกเฉินบนถนนสายหลัก
  • เติมเต็มโครงข่ายวงแหวน เชื่อมวงแหวนรอบที่ 3 ด้านตะวันออก ลดความแออัดและต้นทุนโลจิสติกส์
  • ส่งเสริมการขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal) ทั้งถนน ราง และน้ำ
ส่วนที่ 4–5

พื้นที่ศึกษา & ขอบเขตการดำเนินงาน

ครอบคลุมระยะ 500 เมตร จากกึ่งกลางแนวเส้นทาง ใน 18 ตำบล 6 อำเภอ 3 จังหวัด

3
จังหวัด
สุพรรณบุรี · อ่างทอง · อยุธยา
6
อำเภอ
18
ตำบล
500 ม.
รัศมีพื้นที่ศึกษา
จากกึ่งกลางแนวเส้นทาง
จังหวัดอำเภอตำบล
สุพรรณบุรีเมืองสุพรรณบุรีไผ่ขวาง · โคกโคเฒ่า · ท่าระหัด
บางปลาม้าจรเข้ใหญ่ · โคกคราม
อ่างทองป่าโมกโผงเผง · บางเสด็จ
พระนครศรีอยุธยาบางปะหันบ้านลี่
บางบาลบ้านกุ่ม · บางหัก · บางชะนี
ผักไห่กุฎี · ดอนลาน · ลาดชิด · ตาลาน · บ้านใหญ่ · ลำตะเคียน · ท่าดินแดง
🏗️

ด้านวิศวกรรม

สำรวจ–คาดการณ์จราจร · สำรวจแนว/ระดับ · สำรวจดินและวัสดุ · ออกแบบงานทาง ทางแยก โครงสร้างสะพาน ระบบระบายน้ำ ไฟฟ้า สถาปัตยกรรม · คำนวณปริมาณงานและราคา · จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน

🌿

ด้านสิ่งแวดล้อม

การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) และขั้นรายละเอียด (EIA) พร้อมมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบ

🤝

ด้านการมีส่วนร่วม & เศรษฐกิจ

ประชาสัมพันธ์และเปิดรับฟังความเห็นตลอดโครงการ · ศึกษา–วิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและสังคม และวิเคราะห์ความเหมาะสมเชิงเศรษฐศาสตร์

⏱️ ระยะเวลาการศึกษา 450 วัน ตั้งแต่ 4 เมษายน 2569 ถึง 27 มิถุนายน 2570

ส่วนที่ 6 & 8

แนวเส้นทาง & รูปแบบการออกแบบ

เริ่ม กม.40+000 ของ ทล.357 (วงแหวนสุพรรณบุรี) มุ่งทิศตะวันออก สิ้นสุดเชื่อม MR10 ช่วง ทล.305–ทล.32

กม.0+000
เริ่มต้น
ทล.357 วงแหวนสุพรรณบุรี
IC สุพรรณบุรี
เชื่อม ทล.357
IC ผักไห่
เชื่อม ทล.3412/3454
ข้ามแม่น้ำน้อย
IC ป่าโมก
เชื่อม ทล.309
ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
กม.37+983
สิ้นสุด
เชื่อม MR10 ช่วง ทล.305–32

📐 รูปแบบหน้าตัดโครงการ

แนวเส้นทางผ่าน พื้นที่รับน้ำหลายจุด จึงออกแบบเป็น ทางยกระดับ/สะพานบก เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำท่วม ไม่ขวางทางน้ำที่ไหลจากเหนือลงใต้ และให้สอดคล้องกับทางรถไฟสายใหม่ที่ยกระดับตลอดเส้น

ประเภท
สะพาน/ทางยกระดับ ขนาด 4 ช่องจราจร
เขตทาง
50 เมตร (ขนานกับทางรถไฟ)
ช่องจราจร
กว้างช่องละ 3.6 เมตร
ไหล่ทาง
ด้านใน 1.0 ม. · ด้านนอก 3.0 ม.

🔀 ทางแยกต่างระดับ 3 จุด

ตลอดแนวมีจุดเชื่อมเข้า–ออกทางหลวงพิเศษ 3 จุด แต่ละจุดที่ปรึกษากำหนด ทางเลือก 3 รูปแบบ เพื่อเปรียบเทียบด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

① สุพรรณบุรี · ทล.357 ② ผักไห่ · ทล.3412/3454 ③ ป่าโมก · ทล.309

ดูข้อดี–ข้อเสียของแต่ละรูปแบบด้านล่าง ↓

จุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมถนนวงแหวนรอบเมืองสุพรรณบุรี กระจายรถทั้งที่เลี่ยงเมืองและเข้าเมือง

รูปแบบ 1 Trumpet

+ รูปแบบทั่วไป ไม่ซับซ้อน
ใช้พื้นที่มาก

รูปแบบ 2 Y-Interchange

+ ไม่ซับซ้อน ใช้พื้นที่น้อย
โครงสร้างสะพานสูงและยาวที่สุด

รูปแบบ 3 รูปตัว U

+ ใช้พื้นที่ปานกลาง สะพานไม่สูง
ทิศทางเลี้ยวมีระยะไกล

ทางแยกเข้าเชื่อมตัวเมืองผักไห่ ทุกรูปแบบเป็น Y-Interchange เพื่อเลี่ยงไม่ให้ Ramp ตัดทางรถไฟ ก่อนเข้าด่านเก็บค่าผ่านทาง

รูปแบบ 1 เชื่อม ทล.3412

+ ระยะทางสั้น อยู่ห่างชุมชน
เข้าสู่พื้นที่เมืองยาก

รูปแบบ 2 เชื่อม ทล.3454

+ เชื่อมพื้นที่เมืองโดยตรง
ต้องเวนคืนเมืองบางส่วน + ปรับปรุง ทล.3454

รูปแบบ 3 ทล.3454 (แนวห่างเมือง)

+ เชื่อมเมืองโดยตรง
ระยะเข้า–ออกไกลที่สุด + ปรับปรุง ทล.3454

เชื่อม ทล.309 เพื่อเดินทางเข้าสู่ป่าโมก

รูปแบบ 1 Trumpet

+ ระยะทางสั้น ใช้พื้นที่น้อย
Ramp ตัดแนวรถไฟทางคู่ + ไกลเมืองป่าโมก

รูปแบบ 2 Y-Interchange

+ Ramp ไม่ตัดทางรถไฟ + ใกล้เมืองป่าโมกที่สุด
ระยะเข้า–ออกไกลที่สุด

รูปแบบ 3 Trumpet (เกาะแนวหลัก)

+ พื้นที่เวนคืนเกาะกลุ่มกับแนวหลัก
ระยะเข้า–ออกไกล

ดูภาพรูปแบบทางแยกทุกแบบในเอกสารต้นฉบับ →

ส่วนที่ 7

งานสำรวจและคาดการณ์ปริมาณจราจร

เก็บข้อมูลจริงในพื้นที่ เพื่อพัฒนาแบบจำลองและคาดการณ์การจราจรล่วงหน้า 30 ปี

17
จุดสำรวจปริมาณจราจรบนถนน (MB)
5
จุดสำรวจที่ทางแยก (TMC)
7
จุดสำรวจต้นทาง–ปลายทาง (OD)
11
ประเภทยานพาหนะที่จำแนกนับ

🔍 ประเภทการสำรวจ

  • MB — ปริมาณจราจรบนช่วงถนน (นับทุก 15 นาที 12–24 ชม. 3 วัน)
  • TMC — ปริมาณจราจรที่ทางแยก ทุกทิศทาง
  • OD — ต้นทาง–ปลายทาง ด้วยการสัมภาษณ์ริมถนน
  • สำรวจ คนเดินเท้า/กลุ่มเปราะบาง และ ความเร็ว ด้วย GPS Tracking

📊 การวิเคราะห์ระดับการให้บริการ (LOS)

วัดคุณภาพการจราจรเป็น 6 ระดับ (A ดีที่สุด → F ติดขัด) เกณฑ์ออกแบบที่ตั้งเป้า:

ทางหลวงนอกเมือง: LOS B → C ทางหลวงชานเมือง: LOS C → D

เปรียบเทียบกรณี “มีโครงการ” กับ “ไม่มีโครงการ” ด้วยค่า V/C, ความเร็วเฉลี่ย, VKT, VHT

ส่วนที่ 10

การมีส่วนร่วมของประชาชน

กำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 7 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ 3 จังหวัด

1

ผู้ได้รับผลกระทบ

ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบทั้งบวกและลบจากการก่อสร้างถนนโครงการ

2

หน่วยงานจัดทำ EIA

หน่วยงานรับผิดชอบจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

3

หน่วยงานพิจารณา EIA

หน่วยงานที่ทำหน้าที่พิจารณารายงาน EIA (สผ. / คชก.)

4

ราชการที่เกี่ยวข้อง

หน่วยงานราชการในพื้นที่และส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง

5

NGO / สถานศึกษา

องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม สถานศึกษาท้องถิ่น/อุดมศึกษา และนักวิชาการอิสระ

6

สื่อมวลชน

สื่อมวลชนทุกแขนง

7

ประชาชนทั่วไป

ประชาชนทั่วไปและผู้สนใจโครงการ

🎯

สารสำคัญสำหรับแต่ละกลุ่ม

เปิดหน้าสรุปประเด็นชี้แจง พร้อมคำตอบต่อข้อกังวล

ไปที่หน้าสรุป →
ส่วนที่ 10–11

แผนการดำเนินงานและการประชุม

การมีส่วนร่วมแบ่งเป็นสัมมนา 3 ครั้ง และประชุมกลุ่มย่อย 2 ครั้ง ตลอดการศึกษา

ส่วนที่ 12

ติดต่อและติดตามข้อมูลโครงการ

🏢 หน่วยงานเจ้าของโครงการ

สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง
2/486 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ 0 2354 6668-75 ต่อ 24038 · โทรสาร 0 2354 1034
Email: surveydesign.doh@gmail.com


🧭 กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา

บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด (MAA) · บริษัท ซีวิล แอนด์ สตรัคเจอรัล เอ็นยิเนียร์ส จำกัด (CASE) · บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด (COT) · บริษัท ดาวฤกษ์ คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด

📣 ช่องทางติดตาม


ℹ️
เว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อรวบรวมและนำเสนอเนื้อหาจากเอกสารประกอบการประชุมให้เข้าถึงง่าย — ช่องทางทางการของโครงการคือ www.mr10-hw32-suphanburi.com