โครงการของกรมทางหลวง · การประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 · 18–20 สิงหาคม 2569

ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
หมายเลข 91 (MR10)

ช่วง ทล.32 – สุพรรณบุรี · ระยะทาง 37.983 กิโลเมตร

โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ และสำรวจและออกแบบรายละเอียด และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม — เว็บไซต์นี้รวบรวม “เนื้อหาทุกหน้า ทุกข้อความ และทุกภาพ” จากเอกสารประกอบการประชุม สไลด์นำเสนอ แผ่นพับ และแผงโรลอัพ อัปเดตล่าสุดถึงชุดเอกสารการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 (สิงหาคม 2569) เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเข้าถึงได้ง่าย

37.983 กม.
ระยะทางโครงการ
4 ช่อง
ช่องจราจร (ยกระดับ)
3 × 3
ทางแยกต่างระดับ × รูปแบบทางเลือก
3 / 6 / 18
จังหวัด / อำเภอ / ตำบล
450 วัน
ระยะเวลาศึกษา
173 คน
ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครั้งที่ 1
🆕
อัปเดตล่าสุด: เพิ่มชุดเอกสาร การประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 (เอกสารประกอบ 65 หน้า · สไลด์นำเสนอ 57 แผ่น · แผ่นพับ ฉบับที่ 2) พร้อม หน้าใหม่เรื่องการเวนคืนและค่าทดแทน · ตารางสรุปข้อคิดเห็นจากสัมมนา ครั้งที่ 1 ทั้ง 2 เวที · แผนเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อม · และ ขอบเขตตำบลจริงทั้ง 18 ตำบล บนแผนที่ (จากไฟล์ KMZ ของโครงการ)
แผนที่แนวเส้นทาง

🛰️ แผนที่ดาวเทียมแสดงแนวเส้นทางโครงการ

แผนที่โต้ตอบได้ — เปิด/ปิดชั้นข้อมูล (Layer) ได้ที่ไอคอนมุมขวาบน เพื่อดูแนวเส้นทาง แนวรถไฟ MR-MAP ที่ขนานกัน ขอบเขตตำบลที่แนวตัดผ่าน และพื้นที่รับน้ำ · คลิกพื้นที่/หมุดเพื่อดูรายละเอียด · ดู “รูปแบบทางแยกจากรายงาน” ได้ที่หัวข้อทางแยกต่างระดับด้านล่าง

แนวเส้นทาง MR10 (จาก KMZ) แนวรถไฟ MR-MAP (ขนาน) พื้นที่ศึกษา จ.สุพรรณบุรี พื้นที่ศึกษา จ.อ่างทอง พื้นที่ศึกษา จ.พระนครศรีอยุธยา พื้นที่รับน้ำ (ทุ่งรับน้ำ) 🚉 สถานีรถไฟ (4 สถานี) พื้นที่อ่อนไหว 49 จุด (เปิดใน Layer) ทางแยกต่างระดับ (พร้อม กม.) 🅿 จุดพักรถ (กม.23+200) M1 IC ดอนตาล — จุดตัด MR1 เริ่มต้น สิ้นสุด จุดสำรวจจริง (โบราณสถาน)

📍 ที่มาของพิกัดบนแผนที่ (อัปเดต — อ้างอิงไฟล์ KMZ ของโครงการโดยตรง)
ไฟล์ MR10 Site_690627.kmz (ชุด TB_690527) บรรจุ ขอบเขตพื้นที่ศึกษา 500 เมตร ตัดแยกรายตำบลทั้ง 18 ตำบล — ตรวจสอบแล้วพบว่าแถบนี้มี ความกว้างมัธยฐาน 1,030 เมตร ซึ่งตรงกับ “500 เมตรจากกึ่งกลางแนวเส้นทางทั้งสองข้าง” ตามที่เอกสารระบุ
เว็บนี้จึง คำนวณแนวเส้นทางเป็นเส้นกึ่งกลางของแถบดังกล่าว ทำให้แนวบนแผนที่ อ้างอิงพิกัดจาก KMZ ของโครงการโดยตรง ผลตรวจสอบ: จุดพิกัดทั้ง 707/707 จุดอยู่ในแถบพื้นที่ศึกษา · ห่างขอบเหนือ 512 ม. ขอบใต้ 515 ม. (ไม่สมมาตรมัธยฐาน 0 ม.) · ความยาวที่วัดได้ 38.98 กม. เทียบกับเอกสาร 37.983 กม. (ต่าง ~2.6%)

กม.จุดสำคัญบนแนวพิกัด (lat, lon)ตำบลที่ตั้ง
0+000🔴 จุดเริ่มต้นโครงการ / IC ① สุพรรณบุรี — เชื่อม ทล.35714.444649, 100.160580ต.ท่าระหัด อ.เมืองสุพรรณบุรี
3+500🔵 IC ดอนตาล — จุดตัดแนว MR1 (นอกขอบเขตออกแบบโครงการนี้)14.442135, 100.192246ต.โคกโคเฒ่า อ.เมืองสุพรรณบุรี
23+200🅿️ จุดพักรถ (Rest Area)14.427540, 100.376284ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่
25+000🔴 IC ② ผักไห่ — เชื่อม ทล.3412 หรือ ทล.345414.429020, 100.393368ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่
37+150🔴 IC ③ ป่าโมก — เชื่อม ทล.30914.442956, 100.506790ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล
37+983🏁 จุดสิ้นสุดโครงการ — เชื่อม MR10 ช่วง ทล.32 – ทล.30514.443574, 100.514460ต.บ้านลี่ อ.บางปะหัน

🎯ที่มาของ กม. แต่ละจุด: อ่านจาก แผนที่แนวเส้นทางในสไลด์นำเสนอ (แผ่นที่ 10) ซึ่งมี หลักกิโลเมตรโครงการทุก 1 กม. และ 5 กม. กำกับไว้ จึงเทียบตำแหน่งได้ จากนั้นนำ กม. มาวางบนแนวที่ดึงจาก KMZ · ตรวจสอบย้อนกลับ: จุดสิ้นสุด กม.37+983 ตกใน ต.บ้านลี่ อ.บางปะหัน ตรงกับที่เอกสารระบุว่า “สิ้นสุดแถวบ้านลี่ อำเภอบางปะหัน” พอดี · ทุกจุดอยู่ในแถบพื้นที่ศึกษาของ KMZ
ความคลาดเคลื่อนที่คาดได้ ±300 เมตร จากการอ่านตำแหน่งบนแผนที่ — จุดพักรถและ IC ดอนตาลไม่มีระบุ กม. ในเอกสารข้อความ จึงอ่านจากแผนที่อย่างเดียว

ℹ️ความแม่นยำของแต่ละชั้นข้อมูล: ✅ พื้นที่ศึกษา 500 ม. รายตำบล 18 ตำบล = พิกัดจริงจาก KMZ (ดาวน์โหลด KMZ) · ✅ แนวเส้นทาง = เส้นกึ่งกลางที่คำนวณจาก KMZ · ✅ ทางแยกต่างระดับ 3 จุด = ตำแหน่งที่แถบพื้นที่ศึกษากางออกรองรับทางเลือก · ✅ จุดสำรวจโบราณสถาน 5 จุด = พิกัดจริง (UTM 47N จากเอกสาร) · ส่วน ⚠️ แนวรถไฟ / พื้นที่รับน้ำ / พื้นที่อ่อนไหว 49 จุด ยังเป็นตำแหน่งโดยประมาณ
ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่แนวเขตเวนคืนที่มีผลทางกฎหมาย — แนวเขตที่มีผลผูกพันจะเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาและแบบที่ประกาศอย่างเป็นทางการ · หากได้รับ ไฟล์แนวศูนย์กลางจากแบบออกแบบ (KMZ/DWG/SHP) จากกรมทางหลวง จะนำมาแทนที่ให้ตรง 100% ได้ทันที

ภาพรวมเว็บไซต์

เลือกหัวข้อที่ต้องการ

เนื้อหาทั้งหมดถูกจัดเรียงใหม่ให้อ่านง่าย พร้อมลิงก์ไปยังเอกสารต้นฉบับทุกหน้า

🛣️

รายละเอียดโครงการ

ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ประโยชน์ พื้นที่ศึกษา และขอบเขตการดำเนินงาน

อ่านต่อ →
📐

แนวเส้นทาง & การออกแบบ

รูปแบบทางยกระดับ 4 ช่องจราจร และทางเลือกทางแยกต่างระดับ 3 จุด

อ่านต่อ →
🌿

การศึกษาสิ่งแวดล้อม

ขั้นตอน IEE / EIA พื้นที่อ่อนไหว และมาตรการป้องกันผลกระทบ

อ่านต่อ →
🤝

การมีส่วนร่วมประชาชน

กลุ่มเป้าหมาย 7 กลุ่ม การประชุมสัมมนา 3 ครั้ง และกลุ่มย่อย 2 ครั้ง

อ่านต่อ →
⚖️

เวนคืน & ค่าทดแทน ใหม่

ท่านจะได้รับค่าทดแทนอะไรบ้าง คิดอย่างไร ใครมีสิทธิรับเงิน และสิทธิเมื่อถูกเวนคืนบางส่วน

อ่านหลักเกณฑ์ →
🎯

ประเด็นชี้แจง Stakeholder

สารสำคัญ ข้อกังวลที่พบจริง และ ข้อคิดเห็นทั้งหมดจากสัมมนา ครั้งที่ 1 พร้อมคำชี้แจง

ไปยังหน้าสรุป →
🗂️

เอกสารต้นฉบับทุกหน้า

7 ชุดเอกสาร รวม 209 ภาพ — เอกสารกลุ่มย่อย 65 · สไลด์ 57 · เอกสารสัมมนา 48 · ค่าทดแทน 18 · แผ่นพับ 2 ฉบับ · โรลอัพ 4

เปิดคลังเอกสาร →
ส่วนที่ 1–3

ความเป็นมา · วัตถุประสงค์ · ประโยชน์

ทำไมประเทศไทยจึงต้องมี “วงแหวนรอบที่ 3” และบทบาทของช่วง ทล.32 – สุพรรณบุรี

📌 ความเป็นมาของโครงการ

ในอดีตโครงข่ายถนนหลักของไทยถูกสร้างแบบ พุ่งออกจากศูนย์กลาง (Radial) โดยมีกรุงเทพฯ เป็นจุดตัดหลัก ทำให้รถข้ามภูมิภาคและรถบรรทุกต้องวิ่งผ่านเมืองชั้นในโดยไม่จำเป็น เกิดปัญหาจราจรติดขัด แม้จะมีวงแหวนรอบที่ 1 (รัชดาภิเษก) และรอบที่ 2 (กาญจนาภิเษก) แต่ปัจจุบันเริ่มเต็มศักยภาพ

กระทรวงคมนาคมจึงกำหนดยุทธศาสตร์ MR-MAP (พ.ศ. 2560–2579) บูรณาการมอเตอร์เวย์ร่วมกับระบบราง โดย MR10 ถูกกำหนดบทบาทเป็น “ถนนวงแหวนรอบที่ 3” เชื่อมการเดินทางระหว่างภูมิภาคโดยไม่ต้องผ่านใจกลางกรุงเทพฯ

🎯 วัตถุประสงค์ของโครงการ

  • สำรวจและออกแบบรายละเอียด โครงการ MR10 ช่วง ทล.32 – สุพรรณบุรี ระยะทาง ~37.983 กม. พร้อมจัดทำเอกสารประกวดราคาและประมาณการค่าก่อสร้าง
  • ศึกษา–วิเคราะห์ ข้อมูลวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และปริมาณจราจร เพื่อให้ได้รูปแบบที่เหมาะสมที่สุด
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดการศึกษา

✅ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  • เชื่อมโยงรอบกรุงเทพฯ–ปริมณฑล เชื่อมภาคตะวันตก กลางตอนบน และตะวันออก (ต่อไปถึงเหนือ–อีสาน–ใต้)
  • สนับสนุนเศรษฐกิจ การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และการเข้าถึงแหล่งงาน
  • เป็นทางเลือกการเดินทาง ประหยัดเวลา รองรับกรณีฉุกเฉินบนถนนสายหลัก
  • เติมเต็มโครงข่ายวงแหวน เชื่อมวงแหวนรอบที่ 3 ด้านตะวันออก ลดความแออัดและต้นทุนโลจิสติกส์
  • ส่งเสริมการขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal) ทั้งถนน ราง และน้ำ
ส่วนที่ 4–5

พื้นที่ศึกษา & ขอบเขตการดำเนินงาน

ครอบคลุมระยะ 500 เมตร จากกึ่งกลางแนวเส้นทาง ใน 18 ตำบล 6 อำเภอ 3 จังหวัด

3
จังหวัด
สุพรรณบุรี · อ่างทอง · อยุธยา
6
อำเภอ
18
ตำบล
500 ม.
รัศมีพื้นที่ศึกษา
จากกึ่งกลางแนวเส้นทาง
สำหรับประชาชนในพื้นที่

📍 แนวเส้นทางผ่านตำบลของท่านตรงไหน

คลิกชื่อตำบลเพื่อ ซูมแผนที่ไปยังตำบลนั้น พร้อมแสดงขอบเขตการปกครองเต็มพื้นที่ · ช่วง กม. ที่แนวตัดผ่าน · ระยะทางในตำบล · และพื้นที่อ่อนไหวที่อยู่ในตำบล

ตำบลอำเภอช่วง กม. ที่ตัดผ่านระยะในตำบลพื้นที่อ่อนไหวในตำบล
กำลังโหลดข้อมูล…

ℹ️ขอบเขตตำบลเต็มพื้นที่ทั้ง 18 ตำบล ใช้ข้อมูลราชการ HDX COD-AB (ปี 2565) เปิดดูได้จากปุ่ม Layer มุมขวาบน หรือคลิกชื่อตำบลในตาราง · เมื่อขอบเขตราชการไม่ตรงกับข้อมูลโครงการ (KMZ) ให้ยึดข้อมูลโครงการ — พบไม่ตรงกัน 4 ตำบล (ท่าระหัด · ไผ่ขวาง · โคกโคเฒ่า · ดอนลาน) ระบุหมายเหตุไว้ใน popup ของตำบลนั้นแล้ว
ช่วง กม. คำนวณจาก แนวกึ่งกลางที่ดึงจากไฟล์ KMZ ของโครงการ ตัดกับ ขอบเขตพื้นที่ศึกษารายตำบลใน KMZ เดียวกัน แล้วแปลงเป็นระบบ กม. ตามเอกสาร (37.983 กม.) · ตำบลที่ระบุว่า “แนวกึ่งกลางไม่ผ่าน” หมายถึงตำบลนั้นอยู่ในพื้นที่ศึกษา 500 เมตร (จึงต้องศึกษาผลกระทบด้วย) แต่ตัวแนวถนนไม่ได้พาดผ่านเขตตำบลโดยตรง

จังหวัดอำเภอตำบล
สุพรรณบุรีเมืองสุพรรณบุรีไผ่ขวาง · โคกโคเฒ่า · ท่าระหัด
บางปลาม้าจรเข้ใหญ่ · โคกคราม
อ่างทองป่าโมกโผงเผง · บางเสด็จ
พระนครศรีอยุธยาบางปะหันบ้านลี่
บางบาลบ้านกุ่ม · บางหัก · บางชะนี
ผักไห่กุฎี · ดอนลาน · ลาดชิด · ตาลาน · บ้านใหญ่ · ลำตะเคียน · ท่าดินแดง
🏗️

ด้านวิศวกรรม

สำรวจ–คาดการณ์จราจร · สำรวจแนว/ระดับ · สำรวจดินและวัสดุ · ออกแบบงานทาง ทางแยก โครงสร้างสะพาน ระบบระบายน้ำ ไฟฟ้า สถาปัตยกรรม · คำนวณปริมาณงานและราคา · จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน

🌿

ด้านสิ่งแวดล้อม

การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) และขั้นรายละเอียด (EIA) พร้อมมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบ

🤝

ด้านการมีส่วนร่วม & เศรษฐกิจ

ประชาสัมพันธ์และเปิดรับฟังความเห็นตลอดโครงการ · ศึกษา–วิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและสังคม และวิเคราะห์ความเหมาะสมเชิงเศรษฐศาสตร์

⏱️ ระยะเวลาการศึกษา 450 วัน ตั้งแต่ 4 เมษายน 2569 ถึง 27 มิถุนายน 2570

ส่วนที่ 6 & 8

แนวเส้นทาง & รูปแบบการออกแบบ

เริ่ม กม.40+000 ของ ทล.357 (วงแหวนสุพรรณบุรี) มุ่งทิศตะวันออก สิ้นสุดเชื่อม MR10 ช่วง ทล.305–ทล.32

กม.0+000
เริ่มต้น
ทล.357 วงแหวนสุพรรณบุรี
IC สุพรรณบุรี
เชื่อม ทล.357
IC ผักไห่
เชื่อม ทล.3412/3454
ข้ามแม่น้ำน้อย
IC ป่าโมก
เชื่อม ทล.309
ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
กม.37+983
สิ้นสุด
เชื่อม MR10 ช่วง ทล.305–32

📐 รูปแบบหน้าตัดโครงการ

แนวเส้นทางผ่าน พื้นที่รับน้ำหลายจุด จึงออกแบบเป็น ทางยกระดับ/สะพานบก เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำท่วม ไม่ขวางทางน้ำที่ไหลจากเหนือลงใต้ และให้สอดคล้องกับทางรถไฟสายใหม่ที่ยกระดับตลอดเส้น

ประเภท
สะพาน/ทางยกระดับ ขนาด 4 ช่องจราจร
เขตทาง
50 เมตร (ขนานกับทางรถไฟ)
ช่องจราจร
กว้างช่องละ 3.6 เมตร
ไหล่ทาง
ด้านใน 1.0 ม. · ด้านนอก 3.0 ม.

🔀 ทางแยกต่างระดับ 3 จุด

ตลอดแนวมีจุดเชื่อมเข้า–ออกทางหลวงพิเศษ 3 จุด แต่ละจุดที่ปรึกษากำหนด ทางเลือก 3 รูปแบบ เพื่อเปรียบเทียบด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

① สุพรรณบุรี
เชื่อม ทล.357 บริเวณ กม.39+500
② ผักไห่
เชื่อม ทล.3412 กม.24+000 หรือ ทล.3454 กม.94+000
③ ป่าโมก
เชื่อม ทล.309 (ห่างตัวอำเภอป่าโมก ~6 กม.)

ดูข้อดี–ข้อเสียของแต่ละรูปแบบด้านล่าง ↓

🌉 รูปแบบสะพานข้ามลำน้ำสำคัญ 3 จุด

แนวเส้นทางข้ามลำน้ำสำคัญ 3 แห่ง โดยเลือกรูปแบบโครงสร้างสะพานให้เหมาะกับความกว้างของลำน้ำและการเดินเรือ

ลำดับลำน้ำที่ข้ามรูปแบบสะพานที่เป็นไปได้ประมาณ กม.
1แม่น้ำน้อยBox Girder — สะพานคานกล่อง~23+400
2คลองบางหลวงBalanced Cantilever — สะพานยื่นสมดุล
3แม่น้ำเจ้าพระยาExtradosed — สะพานขึงคานสั้น~33+050

ที่มา: สไลด์นำเสนอการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 · รูปแบบสะพานอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด อาจปรับเปลี่ยนได้

ส่วนที่ 8.3

🔀 รูปแบบทางเลือก 9 แบบ — ข้อดีและข้อด้อย

แนวเส้นทางถูกปรับลงมาขนานกับโครงการรถไฟทางคู่ ทำให้ตำแหน่งทางแยกต่างระดับทั้ง 3 จุด เปลี่ยนจากตำแหน่งเดิม จึงต้องคัดเลือกรูปแบบใหม่ให้เหมาะกับสภาพพื้นที่และปริมาณจราจรปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมถนนวงแหวนรอบเมืองสุพรรณบุรี กระจายรถทั้งที่เลี่ยงเมืองและเข้าเมือง

รูปแบบ 1 Trumpet

+ รูปแบบทั่วไป ไม่ซับซ้อน
ใช้พื้นที่มาก
ทางแยกต่างระดับสุพรรณบุรี รูปแบบที่ 1
คลิกเพื่อขยาย 🔍

รูปแบบ 2 Y-Interchange

+ ไม่ซับซ้อน ใช้พื้นที่น้อย
โครงสร้างสะพานสูงและยาวที่สุด
ทางแยกต่างระดับสุพรรณบุรี รูปแบบที่ 2
คลิกเพื่อขยาย 🔍

รูปแบบ 3 รูปตัว U

+ ใช้พื้นที่ปานกลาง สะพานไม่สูง
ทิศทางเลี้ยวมีระยะไกล
ทางแยกต่างระดับสุพรรณบุรี รูปแบบที่ 3
คลิกเพื่อขยาย 🔍

ทางแยกเข้าเชื่อมตัวเมืองผักไห่ ทุกรูปแบบเป็น Y-Interchange เพื่อเลี่ยงไม่ให้ Ramp ตัดทางรถไฟ ก่อนเข้าด่านเก็บค่าผ่านทาง

ทางแยกต่างระดับผักไห่ 3 รูปแบบ
รูปที่ 8-5 ทางแยกต่างระดับผักไห่ — แสดงทั้ง 3 รูปแบบในภาพเดียว · คลิกเพื่อขยาย 🔍

รูปแบบ 1 เชื่อม ทล.3412

+ ระยะทางสั้น อยู่ห่างชุมชน
เข้าสู่พื้นที่เมืองยาก

รูปแบบ 2 เชื่อม ทล.3454

+ เชื่อมพื้นที่เมืองโดยตรง
ต้องเวนคืนเมืองบางส่วน + ปรับปรุง ทล.3454

รูปแบบ 3 ทล.3454 (แนวห่างเมือง)

+ เชื่อมเมืองโดยตรง
ระยะเข้า–ออกไกลที่สุด + ปรับปรุง ทล.3454

เชื่อม ทล.309 เพื่อเดินทางเข้าสู่ป่าโมก

ทางแยกต่างระดับป่าโมก 3 รูปแบบ
รูปที่ 8-6 ทางแยกต่างระดับป่าโมก — แสดงทั้ง 3 รูปแบบในภาพเดียว · คลิกเพื่อขยาย 🔍

รูปแบบ 1 Trumpet

+ ระยะทางเชื่อมต่อค่อนข้างสั้น ใช้พื้นที่ก่อสร้างน้อย
แนวทางเชื่อมเลี้ยว (Ramp) ต้องตัดผ่านแนวโครงการรถไฟทางคู่

รูปแบบ 2 Y-Interchange

+ Ramp ไม่ตัดผ่านแนวทางรถไฟ ลดความซับซ้อนของโครงสร้างและเพิ่มความปลอดภัย
ระยะเข้า–ออกจากทางหลวงพิเศษไกลที่สุดเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น

รูปแบบ 3 Trumpet (เกาะแนวหลัก)

+ พื้นที่เวนคืนเกาะกลุ่มอยู่ตามแนวทางสายหลัก การจัดการเขตทางเป็นสัดส่วน
ระยะเข้า–ออกค่อนข้างไกล และส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่มากที่สุด

ดูภาพรูปแบบทางแยกทุกแบบในเอกสารต้นฉบับ →

ส่วนที่ 8.4

⚖️ หลักเกณฑ์การคัดเลือกรูปแบบที่เหมาะสม (100 คะแนน)

ที่ปรึกษาจะนำ ผลการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย มาประกอบการพิจารณาร่วมกับปัจจัยหลัก 3 ด้าน โดยให้คะแนนและใช้น้ำหนักตัวคูณ (Weighting Factor) — รูปแบบที่ได้คะแนนรวมสูงสุดจะถูกเลือกไปออกแบบรายละเอียด

40

ด้านวิศวกรรมและการจราจร

ให้น้ำหนักมากที่สุด เพราะทางแยกต่างระดับเป็นจุดเข้า–ออกที่ต้องเน้นความปลอดภัยสูงสุด และกระทบโครงข่ายถนนเดิมให้น้อยที่สุด

  • รูปร่างเรขาคณิตทางราบ — โค้งน้อยกว่าหรือรัศมีโค้งใหญ่กว่าได้เปรียบ
  • รูปร่างเรขาคณิตทางดิ่ง — จำนวนการเปลี่ยนความลาดชันและระยะมองเห็น
  • ความสามารถรองรับปริมาณจราจร — วัดด้วย V/C Ratio (ต่ำสุดได้คะแนนสูงสุด ตัวคูณ = 1)
  • ผลกระทบต่อการจราจรระหว่างก่อสร้าง — ระยะเบี่ยงจราจรที่สั้นกว่าได้เปรียบ
  • ความยากง่ายในการก่อสร้าง — ความยาวโครงสร้างสะพานและจำนวนด่านเก็บค่าผ่านทาง
30

ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน

  • ค่าก่อสร้าง — ประมาณการจากการออกแบบเบื้องต้น รวมค่าสะพาน/ทางลอด
  • ค่าบำรุงรักษา — แยกผิวทาง สะพาน ทางลอด คิดรายปีและราย 7 ปี ตลอดช่วงวิเคราะห์ 30 ปี
  • ค่าชดเชยอสังหาริมทรัพย์ — ทั้งค่าทดแทนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (เวนคืนน้อยกว่าได้เปรียบ)
  • มูลค่าเวลาของผู้เดินทาง — ผลต่างระหว่างกรณีมีและไม่มีโครงการ
30

ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม

คัดเลือกปัจจัยที่มีนัยสำคัญ ไม่ซ้ำกับด้านวิศวกรรม/เศรษฐกิจ และมีขนาดผลกระทบแตกต่างกันระหว่างทางเลือก

  • ทรัพยากรดิน — การสูญเสียดินจากการขุดตัดปรับระดับและเจาะเสาเข็ม
  • อากาศ เสียง และความสั่นสะเทือน — นับจำนวนบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง และพื้นที่อ่อนไหวในระยะ 500 เมตร จากกึ่งกลางแต่ละทางเลือก
  • การโยกย้ายและเวนคืน — ผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนด้านการสูญเสียที่ดินและทรัพย์สิน

🗣️ ความเห็นของท่านมีผลจริงต่อการเลือกรูปแบบ — ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเวทีการมีส่วนร่วมจะถูกนำมาประกอบการให้คะแนนร่วมกับปัจจัยทั้ง 3 ด้าน ก่อนสรุปผลใน การประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 2)

ภาพรวมระดับประเทศ

🌏 โครงการนี้คือส่วนหนึ่งของโครงข่าย MR-MAP

โครงการ MR10 ช่วง ทล.32 – สุพรรณบุรี (~38 กม.) เป็น ส่วนหนึ่งของวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ รอบที่ 3 ซึ่งอยู่ในแผนแม่บท MR-MAP รวม 10 เส้นทางทั่วประเทศ ของกระทรวงคมนาคม (ข้อมูลด้านล่างเป็นข้อเท็จจริงตามแผนแม่บท)

🧭

3 สายเหนือ–ใต้

MR1 เชียงราย–นราธิวาส (2,125 กม.) · MR2 กรุงเทพฯ–หนองคาย (886 กม.) · MR3 บึงกาฬ–สุรินทร์ (470 กม.)

↔️

6 สายตะวันออก–ตะวันตก

MR4 ตาก–นครพนม · MR5 กาญจนบุรี–อุบลฯ · MR6 กาญจนบุรี–สระแก้ว · MR7 กรุงเทพฯ–ระยอง/ตราด · MR8 ชุมพร–ระนอง · MR9 สุราษฎร์ฯ–ภูเก็ต

🔄

1 สายวงแหวน (MR10)

เชื่อมกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ~648 กม. = วงแหวนรอบ 2 (กาญจนาภิเษก เปิดใช้แล้ว ~168 กม.) + วงแหวนรอบ 3 (แผนอนาคต — โครงการนี้อยู่ในส่วนนี้)

ℹ️หมายเหตุ: ตัวเลขและรายชื่อเส้นทางข้างต้นเป็น ข้อมูลตามแผนแม่บท MR-MAP (กระทรวงคมนาคม/กรมทางหลวง) — ส่วนใหญ่ยังเป็นแผนในอนาคต จึงยังไม่มีพิกัดแนวเส้นทางก่อสร้างที่แน่นอนเปิดเผยต่อสาธารณะ เว็บนี้จึงไม่แสดงแนวเส้นทางระดับประเทศบนแผนที่ เพื่อหลีกเลี่ยงการสื่อสารตำแหน่งที่อาจคลาดเคลื่อน

ส่วนที่ 7

งานสำรวจและคาดการณ์ปริมาณจราจร

เก็บข้อมูลจริงในพื้นที่ เพื่อพัฒนาแบบจำลองและคาดการณ์การจราจรล่วงหน้า 30 ปี

17
จุดสำรวจปริมาณจราจรบนถนน (MB)
5
จุดสำรวจที่ทางแยก (TMC)
7
จุดสำรวจต้นทาง–ปลายทาง (OD)
11
ประเภทยานพาหนะที่จำแนกนับ

🔍 ประเภทการสำรวจ

  • MB — ปริมาณจราจรบนช่วงถนน (นับทุก 15 นาที 12–24 ชม. 3 วัน)
  • TMC — ปริมาณจราจรที่ทางแยก ทุกทิศทาง
  • OD — ต้นทาง–ปลายทาง ด้วยการสัมภาษณ์ริมถนน
  • สำรวจ คนเดินเท้า/กลุ่มเปราะบาง และ ความเร็ว ด้วย GPS Tracking

📊 การวิเคราะห์ระดับการให้บริการ (LOS)

วัดคุณภาพการจราจรเป็น 6 ระดับ (A ดีที่สุด → F ติดขัด) เกณฑ์ออกแบบที่ตั้งเป้า:

ทางหลวงนอกเมือง: LOS B → C ทางหลวงชานเมือง: LOS C → D

เปรียบเทียบกรณี “มีโครงการ” กับ “ไม่มีโครงการ” ด้วยค่า V/C, ความเร็วเฉลี่ย, VKT, VHT

ส่วนที่ 10

การมีส่วนร่วมของประชาชน

กำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 7 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ 3 จังหวัด

1

ผู้ได้รับผลกระทบ

ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบทั้งบวกและลบจากการก่อสร้างถนนโครงการ

2

หน่วยงานจัดทำ EIA

หน่วยงานรับผิดชอบจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

3

หน่วยงานพิจารณา EIA

หน่วยงานที่ทำหน้าที่พิจารณารายงาน EIA (สผ. / คชก.)

4

ราชการที่เกี่ยวข้อง

หน่วยงานราชการในพื้นที่และส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง

5

NGO / สถานศึกษา

องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม สถานศึกษาท้องถิ่น/อุดมศึกษา และนักวิชาการอิสระ

6

สื่อมวลชน

สื่อมวลชนทุกแขนง

7

ประชาชนทั่วไป

ประชาชนทั่วไปและผู้สนใจโครงการ

🎯

สารสำคัญสำหรับแต่ละกลุ่ม

เปิดหน้าสรุปประเด็นชี้แจง พร้อมคำตอบต่อข้อกังวล

ไปที่หน้าสรุป →
ส่วนที่ 10–11

แผนการดำเนินงานและการประชุม

การมีส่วนร่วมแบ่งเป็นสัมมนา 3 ครั้ง และประชุมกลุ่มย่อย 2 ครั้ง ตลอดการศึกษา 450 วัน (สัญญาเลขที่ สบ.8/2569)

ℹ️หมายเหตุ: วันที่ของเวทีที่ยังไม่เกิดขึ้น (สัมมนา ครั้งที่ 2–3 และกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2) เป็น ช่วงเวลาโดยประมาณตามแผนการดำเนินงาน 15 เดือน ในสไลด์นำเสนอ อาจมีการปรับเปลี่ยน — กำหนดการที่แน่นอนจะประกาศล่วงหน้าผ่านช่องทางของโครงการและติดประกาศ ณ ที่ว่าการอำเภอ/เทศบาลในพื้นที่ทั้ง 24 แห่ง

ส่วนที่ 12

ติดต่อและติดตามข้อมูลโครงการ

🏢 หน่วยงานเจ้าของโครงการ

สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง
2/486 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ 0 2354 6668-75 ต่อ 24038 · โทรสาร 0 2354 1034
Email: surveydesign.doh@gmail.com


🧭 กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา & ผู้ประสานงาน

MAA
บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด · 0 2975 9300 · maa@maathai.com
คุณกิตติพงศ์ จำเริญศาสน์ — วิศวกรโครงการ
CASE
บริษัท ซีวิล แอนด์ สตรัคเจอรัล เอ็นยิเนียร์ส จำกัด · 0 2941 1061 ต่อ 2 · case@casethai.com
คุณคม บัวคลี่ — วิศวกรโครงสร้าง
COT
บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด · 0 2934 3233 ต่อ 505 · cot@cot.co.th
คุณพนธวิชญ์ เอี่ยมสินธร — ผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม
ดาวฤกษ์
บริษัท ดาวฤกษ์ คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด · 0 2375 5422 ต่อ 24 · ppdr2019@gmail.com
คุณสาวิตรี สายน้อย และคุณจิตติ นาคเชียร — ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน

สัญญาจ้างเลขที่ สบ.8/2569 ลงวันที่ 3 เมษายน 2569 · เริ่มสัญญา 4 เมษายน 2569 · สิ้นสุด 27 มิถุนายน 2570 (รวม 450 วัน)

📣 ช่องทางติดตาม


📌 ติดประกาศในพื้นที่

ผลการประชุมจะติดประกาศ ณ บอร์ดประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานราชการในพื้นที่ 24 แห่ง ได้แก่ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 6 อำเภอ (เมืองสุพรรณบุรี · บางปลาม้า · ป่าโมก · บางปะหัน · บางบาล · ผักไห่) และเทศบาลตำบลทั้ง 18 ตำบลตามแนวเส้นทาง

ℹ️
เว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อรวบรวมและนำเสนอเนื้อหาจากเอกสารประกอบการประชุมให้เข้าถึงง่าย — ช่องทางทางการของโครงการคือ www.mr10-hw32-suphanburi.com