ผลการประชุมจริง · 11–12 มิถุนายน 2569
📋 ข้อคิดเห็นทั้งหมดจากสัมมนา ครั้งที่ 1 พร้อมคำชี้แจง
บันทึกตามตารางที่ 10-2 ของเอกสารประกอบการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 — ผู้เข้าร่วมรวม 173 คน จาก 2 เวที · นี่คือคำตอบที่ให้ไว้อย่างเป็นทางการแล้ว ควรใช้เป็นชุดข้อความกลางในการชี้แจงครั้งต่อไป
ห้องประชุมเพรสซิเด้นท์ 2 โรงแรมเลิศธานี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี · ประธาน: นายเปรมวุฒิ จันทร์ธนวงษ์ ผู้แทนกรมทางหลวง
🔧 [วิศวกรรม] ถนน MR10 และ MR1 เชื่อมโยงกันอย่างไร · MR10 เริ่ม กม.0+000 ที่ ทล.357 (กม.40) และมีจุดตัดกับ ทล.33 บริเวณดอนตาล หรือราชภัฏสวนดุสิต ใช่หรือไม่
✔ชี้แจง: MR10 และ MR1 จะเชื่อมต่อกันเป็นระบบเครือข่ายเดียวกัน โดย MR10 วางตัวแนวตะวันออก–ตะวันตก ในบริเวณช่วงดอนตาลแนวมอเตอร์เวย์ จะไม่ขนานแนวทางรถไฟ เพื่อตัดเชื่อมเข้าไปยังทางเลี่ยงเมืองสุพรรณบุรี และ ไม่ตัดกับแนว ทล.33 ส่วน MR1 เป็นแนวเหนือ–ใต้ ตัดกับ MR10 บริเวณดอนตาลเป็นทางแยกต่างระดับเชื่อมต่อกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบรายละเอียดเช่นเดียวกับ MR10
🔧 [วิศวกรรม] จะออกแบบท่อลอดสำหรับระบบสื่อสารหรือไม่ · ขอรับไฟล์ KMZ เพื่อตรวจสอบแนวเส้นทางให้แม่นยำ และประเมินค่าใช้จ่ายของหน่วยงานสาธารณูปโภค
✔ชี้แจง: หลังการออกแบบรายละเอียดมีความชัดเจนแล้ว จะ เชิญหน่วยงานสาธารณูปโภคทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุม เปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานระบุจุดที่ได้รับผลกระทบ พร้อมประเมินรายละเอียดค่าใช้จ่าย เพื่อวางแผนและกำหนดตำแหน่งของระบบสาธารณูปโภคให้อยู่ในเขตทางอย่างเหมาะสม · เมื่อแบบเสร็จสมบูรณ์ จะจัดส่งไฟล์ข้อมูลแนวเส้นทางให้หน่วยงานนำไปศึกษาเพิ่มเติมได้
🔧 [วิศวกรรม] เขตทางใช้ร่วมกันขนาด 50 เมตรในการเวนคืนใช่หรือไม่ โดยมีรถไฟอยู่ตรงกลางเป็นโครงสร้างยกระดับ รวมถึงจุดตัดกับถนนสายหลัก 340
✔ชี้แจง: เขตทาง MR10 กว้าง 50 เมตร ส่วนใหญ่ก่อสร้างเป็นทางยกระดับเช่นเดียวกับโครงการรถไฟ โดยแนว MR10 อยู่ทางทิศเหนือของทางรถไฟ ส่วนรถไฟมีเขตทางอีก 50 เมตรอยู่ทางทิศใต้ รวมเป็น 100 เมตร ในช่วงที่ยกระดับและไม่มีทางบริการ
🌿 [สิ่งแวดล้อม] ขอทราบหลักเกณฑ์การติดตั้งกำแพงกันเสียง
✔ชี้แจง: ติดตั้งในจุดที่ผลการจำลองระดับเสียงชี้ว่า เกินเกณฑ์มาตรฐาน ครอบคลุมกลุ่มชุมชน ศาสนสถาน สถานศึกษา และสถานพยาบาลตลอดแนวเส้นทางในรัศมี 500 เมตร
วิธีประเมิน: คัดเลือกจุดตัวแทนจากกลุ่มชุมชนที่ตั้งใกล้แนวเส้นทางมากที่สุด นำพิกัดไปคำนวณในแบบจำลองทั้งระยะก่อสร้างและระยะดำเนินการ โดย เน้นเฝ้าระวังพื้นที่ในรัศมี 100 เมตร ซึ่งมักมีระดับเสียงเกินมาตรฐาน โดยใช้ข้อมูลกิจกรรมก่อสร้าง/เครื่องจักร ปริมาณจราจรคาดการณ์ และความเร็วรถ
รูปแบบการติดตั้ง: ครอบคลุมตามความยาวหน้าฉากของพื้นที่อ่อนไหวนั้น ๆ
🤝 [การมีส่วนร่วม] ขอแย้งข้อมูลในสไลด์ที่ระบุว่าเดือนเมษายนมีการพบปะผู้นำชุมชนแล้ว โดยยืนยันว่า “ยังไม่มีการพบปะดังกล่าวเกิดขึ้นจริง” และขออย่าใช้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง เนื่องจากผู้นำชุมชนในพื้นที่กำลังเดือดร้อน
✔ชี้แจง: โครงการมีแผนเข้าพบนายอำเภอและผู้บริหารส่วนท้องถิ่นต่อเนื่องตลอดโครงการ โดยที่ผ่านมาได้เข้าพบ
• นายก อบต.โผงเผง และสมาชิกสภา อบต.โผงเผง — 27 เม.ย. 69 เวลา 09.30–12.00 ณ อบต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง
• รองผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารหน่วยงานราชการ จ.อ่างทอง — 27 เม.ย. 69 เวลา 14.00–16.00 ณ ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง
• รองผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนงาน จ.พระนครศรีอยุธยา — 28 เม.ย. 69 เวลา 09.00–11.00 ณ ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
• แทรกวาระประชุมกรมการจังหวัดสุพรรณบุรี (ออนไลน์) — 28 เม.ย. 69 เวลา 09.00–11.00
ส่วนผู้นำชุมชนที่ยังไม่ได้เข้าพบ ที่ปรึกษาได้ดำเนินการเข้าพบระหว่าง 26–29 มิถุนายน 2569 โดยโทรแจ้งประสานงานล่วงหน้า
🤝 [การมีส่วนร่วม] หากโครงการ MR10 สำคัญ เหตุใดในเอกสารประชุมของแขวงทางหลวงสุพรรณบุรีจึงถูกจัดให้อยู่ใน “วาระแทรก” แทนที่จะเป็นวาระหลัก
✔ชี้แจง: โครงการถูกบรรจุอยู่ในวาระ “เรื่องเพื่อทราบอื่น ๆ” ในการประชุมคณะกรรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ จังหวัดสุพรรณบุรี ครั้งที่ 4/2569 ประจำเดือนเมษายน 2569 วันอังคารที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 9.30 น. ผ่านระบบออนไลน์ Webex โดยโครงการเข้าร่วม ณ แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1
🤝 [การมีส่วนร่วม] ชาวบ้านสอบถามนายกเทศมนตรีว่าบ้านเรือนและวิถีชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไป จึงต้องการให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลที่โปร่งใส ชัดเจน ไม่ดำเนินการแบบ “หลบ ๆ ซ่อน ๆ” เพื่อสร้างความไว้วางใจ
✔ชี้แจง: หลังการประชุมครั้งนี้จะจัด ประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 เพื่อนำเสนอรูปแบบการพัฒนาโครงการ โดย ลงไปในพื้นที่ตำบลต่าง ๆ ตามแนวเส้นทาง เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการเลือกรูปแบบที่เป็นไปได้ และรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงโครงการให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ · การเตรียมงานจะประสานล่วงหน้ากับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารส่วนท้องถิ่น พร้อมขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์ผ่านการติดประกาศ จดหมายเชิญ เสียงตามสาย ใบปลิว และไลน์กลุ่มหมู่บ้าน
⚖️ [เวนคืน] การเวนคืนที่ดินมีวิธีการจ่ายค่าชดเชยอย่างไร
✔ชี้แจง: หลังมี
พ.ร.ฎ. หรือ พ.ร.บ. เวนคืน ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ จะมีเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบและบันทึกรายละเอียดทรัพย์สินทุกชิ้นอีกครั้ง ·
ที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ ได้รับ “ค่าทดแทนที่ดิน” ตามกฎหมาย ·
ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ จะสำรวจค้นหาและระบุตัวตนเจ้าของที่แท้จริง เพื่อพิจารณา “ค่าชดเชยเยียวยาที่ดิน” · รายละเอียดที่ชัดเจนจะชี้แจงได้หลัง
สัมมนา ครั้งที่ 2 →
อ่านหลักเกณฑ์ค่าทดแทนฉบับเต็ม
ห้องประชุม TM Convention Hall 1 โรงแรมทีเอ็ม แลนด์ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา · ประธาน: นายกองตรีปพนศักดิ์ ขันติชัยมงคล นายอำเภออุทัย · กล่าวรายงาน: นายศิวา นาคอ้าย ผู้แทนกรมทางหลวง
🔧 [วิศวกรรม] เสนอให้ย้ายตำแหน่งทางแยกต่างระดับจาก อ.บางปะหัน ขึ้นไปทางเหนือแถว อ.มหาราช เพราะจุดตัดบางปะหันหนาแน่นมากอยู่แล้ว (รวม ทล.347, ทล.32, ทางรถไฟ และวงแหวนต่างระดับ) หากเพิ่มจุดตัดจะซับซ้อนคล้ายทางแยกต่างระดับบางปะอิน · อีกทั้งแนวปัจจุบันห่างตัวเมืองอยุธยาไม่เกิน 10 กม. ซึ่งจะ “ลดทอนและบล็อกความเจริญเติบโตของเมืองพระนครศรีอยุธยา” ที่อนาคตจะมีรถไฟความเร็วสูงเข้ามาด้วย
✔ชี้แจง: แนวเส้นทางเริ่มจาก อ.เมืองสุพรรณบุรี บริเวณทางเลี่ยงเมืองสาย 357 วิ่งตรงไปทางทิศตะวันออก สิ้นสุดแถวบ้านลี่ อ.บางปะหัน ซึ่งตัวโครงการ จะยังไม่เชื่อมไปถึงทางแยกต่างระดับบางปะหันฝั่งขวา เนื่องจากช่วงดังกล่าวอยู่นอกพื้นที่โครงการ และเป็นหน้าที่ของกรมทางหลวงที่กำลังออกแบบรายละเอียดอยู่ · แนวโครงข่ายนี้จะเชื่อมกับ MR10 ช่วงสุพรรณบุรี–ทล.32 และ MR1 ช่วงนครปฐม–สุพรรณบุรี–ชัยนาท ให้วิ่งเชื่อมโยงกันได้โดยไม่ต้องออกจากระบบ เน้นการขนส่งระยะไกลและการเชื่อมโหมดขนส่งในภูมิภาค
🔧 [วิศวกรรม] โครงการเป็นทางยกระดับ ระบบปิด ที่เน้นเก็บค่าผ่านทาง มีจุดขึ้น–ลงไม่เกิน 3 จุด ประชาชนในพื้นที่จึงแทบไม่มีโอกาสได้เชื่อมต่อใช้งานจริง
✔ชี้แจง: โครงการกำหนดจุดเชื่อมต่อกับทางหลวงสำคัญในพื้นที่ 3 จุด ที่เชื่อมกับพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ให้สามารถเข้า–ออกโครงการได้ โดยเฉพาะการเดินทางระหว่างเมืองที่เชื่อมต่อกับทางหลวงพิเศษสายอื่น เป็นหนึ่งในตัวเลือกการเดินทาง
🔧 [วิศวกรรม] แนวถนนทับซ้อนกับแนวรถไฟสายสุพรรณบุรี–ภาชี ซึ่งตามแผนจะมี ท่าเรือบก (Dry Port) และ ลานวางตู้คอนเทนเนอร์ (CY) แต่โครงการมอเตอร์เวย์กลับ “ไม่มีการออกแบบถนนหรือทางเชื่อมเพื่อรองรับ” มุ่งเน้นแต่ทางยกระดับเพื่อเก็บค่าผ่านทาง
✔ชี้แจง: ตำแหน่ง Dry Port และ CY ของโครงการรถไฟสายสุพรรณบุรี–ภาชี อยู่นอกขอบเขตโครงการนี้ แต่ในการออกแบบจะ พิจารณาเชื่อมต่อโครงข่ายทางหลวงสำคัญในพื้นที่ เพื่อเดินทางเข้าสู่สถานีรถไฟได้สะดวก รวมถึงพิจารณา ทางบริการและถนนเข้าสู่สถานีร่วมกันระหว่าง 2 โครงการ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่มากที่สุด
🔧 [วิศวกรรม] เสนอให้ประสานข้อมูลระบบสายสื่อสารในแนวเส้นทางให้ กสทช. ทราบ เพื่อกระจายต่อให้ผู้ประกอบการทุกค่ายเตรียมความพร้อม · และควรตั้งงบประมาณย้ายเสาไฟฟ้าหนีแนวเขตทาง 100 เมตรไว้แต่แรก พร้อมประสาน กฟภ. พิจารณาระบบสายไฟใต้ดิน
✔ชี้แจง: ที่ปรึกษารับดำเนินการประสานงานในเบื้องต้น เมื่อรูปแบบโครงการชัดเจนแล้วจะ เชิญหน่วยงานสาธารณูปโภคทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุม เปิดโอกาสให้ระบุจุดที่ได้รับผลกระทบ พร้อมประเมินค่าใช้จ่าย เพื่อวางแผนและกำหนดตำแหน่งระบบสาธารณูปโภคให้อยู่ในเขตทางอย่างเหมาะสม
💡 [วิศวกรรม] เสนอให้เปลี่ยนชื่อจุดเชื่อมต่อ จุดพักรถ หรือสถานีรถไฟบริเวณนี้ให้มีคำว่า “นายขนมต้ม” เพื่อแก้ปัญหาชื่อเดิม (บ้านกุ่ม–ป่าโมก) ที่ยาวและจำยาก และสะท้อนอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ร่วมของพื้นที่ (โดยเฉพาะ ต.บ้านกุ่ม) สร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของโครงการ
✔ชี้แจง: ที่ปรึกษารับไปนำเสนอต่อกรมทางหลวงที่เป็นเจ้าของงานต่อไป
⚖️ [เวนคืน] เสนอให้กรมทางหลวงและ รฟท. ร่วมกันบูรณาการจัดรูปที่ดิน เป็นระยะ ๆ บริเวณใกล้สถานีรถไฟหรือตลาด เพื่อรองรับและเยียวยาชาวบ้านรายได้น้อยที่ถูกเวนคืน ให้ได้รับสิทธิ์ในที่ดินผืนใหม่ขนาดเท่าเดิม พร้อมสาธารณูปโภคและทางเข้า–ออก — สอดคล้องกับแนวคิด TOD
✔ชี้แจง: ที่ปรึกษาขอรับข้อคิดเห็นไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไป
🔧 [วิศวกรรม] พื้นที่ อ.ผักไห่ ส่วนใหญ่เป็นนาและบ่อทราย แทบไม่ได้ประโยชน์จากโครงการเพราะมอเตอร์เวย์เป็นระบบปิดและรถไฟไม่มีสถานีหยุดในพื้นที่ · ขอให้ออกแบบให้คนผักไห่ได้ประโยชน์ร่วม เช่น เลียนแบบโมเดลทางด่วนช่วงวังน้อย–คลองแอลที่เปิดให้ใช้ฟรีบางช่วง
✔ชี้แจง: บริเวณ อ.ผักไห่ มีการออกแบบ ทางแยกต่างระดับเชื่อมต่อกับโครงข่ายทางหลวงที่ใช้เดินทางในพื้นที่ คนในพื้นที่สามารถใช้เข้า–ออกทางหลวงพิเศษได้ · ปัจจุบันการรถไฟฯ ยังมีการพิจารณา สถานีผักไห่ เพิ่มเติมอีกด้วย
🌿 [สิ่งแวดล้อม] แนวเส้นทาง (ช่วง ทล.32 ถึง 305) เข้าใกล้พื้นที่เกษตร ทำให้ที่นาและสวนผลไม้เสียหาย ประชาชนต้องแบกรับฝุ่นละออง เสียงดัง และมลพิษ แต่กลับต้องถูกเรียกเก็บ “ภาษีลาภลอย” ซึ่งไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ไม่ได้ประโยชน์โดยตรง
✔ชี้แจง: การศึกษาครอบคลุมผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขที่เหมาะสมในแต่ละด้าน โดยจะนำเสนอผลการศึกษาใน การประชุมการมีส่วนร่วมฯ ครั้งที่ 4 (กลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 — หารือมาตรการผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ทั้งนี้ที่ปรึกษารับทราบข้อเสนอแนะและข้อห่วงกังวลดังกล่าวเพื่อนำไปศึกษาต่อไป
⚖️ [สิ่งแวดล้อม/เวนคืน] กังวลมาตรการชดเชยเยียวยา โดยเฉพาะ กลุ่มที่ไม่โดนเวนคืนแต่อยู่ใกล้เคียง หรือโดนเฉี่ยวเพียงมุมบ้าน ซึ่งต้องเผชิญผลกระทบระยะยาวจากเสียง ฝุ่นละออง และสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตโดยตรง
✔ชี้แจง: ตามกฎหมายเวนคืน หากอาคารถูกตัดผ่านจน “ไม่สามารถอยู่อาศัยต่อได้” ประชาชนสามารถยื่นขอให้เวนคืนสิ่งปลูกสร้าง “เต็มทั้งหลัง” ได้ · หากกระทบเพียงบางส่วน เช่น เฉี่ยวชายหลังคาและยังอยู่อาศัยได้ จะพิจารณาจ่าย ค่าชดเชยค่าซ่อมแซม แทน · พืชผลต้นไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจได้รับเงินชดเชยเช่นกัน โดยค่าเฉลี่ยเบื้องต้นตามเกณฑ์ปกติอยู่ที่ประมาณ 20% หากต้องการสูงกว่านี้ต้องหารือกับเจ้าหน้าที่ในขั้นตอนกำหนดราคากลาง
ทั้งนี้ มาตรการป้องกันและแก้ไขจะพิจารณาครอบคลุมถึงประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงแนวเขตทางแม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เวนคืนด้วย และจะนำเสนอผลการศึกษาในกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2
🤝 [การมีส่วนร่วม] ถอดบทเรียนความปั่นป่วนและข่าวลือจากโครงการเวนคืน “เจ้าพระยา 2” (ทางลัดบางบาล–บางไทร) · เสนอให้ รีบกำหนดพิกัดแนวเขตเวนคืนที่ชัดเจนโดยด่วน เพื่อระบุว่าโฉนดของใครจะถูกเวนคืน ลดข่าวลือและความสับสน เพราะผู้ถูกเวนคืนต้องใช้เวลาเตรียมตัวหาที่อยู่หรือที่ทำกินใหม่
✔ชี้แจง: หลังการประชุมครั้งนี้จะจัดประชุมต่อเนื่องอีก 4 ครั้ง — เวทีกลุ่มใหญ่ 3 ครั้งในสถานที่ที่รองรับผู้เข้าร่วมได้หลากหลายกลุ่ม และกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 และ 2 ที่เจาะลึกรายพื้นที่ เพื่อชี้แจงรายละเอียดรูปแบบทางเลือกและรับฟังความคิดเห็นเชิงลึกโดยตรง · จะประสานล่วงหน้ากับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารส่วนท้องถิ่น พร้อมประชาสัมพันธ์ผ่านการติดประกาศ จดหมายเชิญ เสียงตามสาย ใบปลิว และไลน์กลุ่มหมู่บ้าน
🤝 [การมีส่วนร่วม] เสนอให้ปรับรูปแบบเวทีรับฟังความคิดเห็นโดย แบ่งกลุ่มตามรายจังหวัดหรือรายเทศบาล เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ (จังหวัดพระนครศรีอยุธยามี 11 ตำบล และ อ.บางบาล 3 ตำบล) เข้าร่วมรับฟังและซักถามได้ทั่วถึง
✔ชี้แจง: รูปแบบการประชุมกลุ่มย่อยได้ออกแบบให้ เจาะลึกรายพื้นที่ อยู่แล้ว โดยลงพื้นที่ตำบลต่าง ๆ ตามแนวเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเข้าร่วมได้สะดวกและซักถามได้ทั่วถึง
🤝 [การมีส่วนร่วม] หมู่ที่ 2 ตำบลบางชะนี อำเภอบางบาล จะได้รับผลกระทบโดยตรงจนต้องโยกย้ายบ้านเรือน ประมาณ 12–18 หลังคาเรือน รวมถึงพื้นที่ทำกินและที่นา · ชุมชน ไม่ได้มีเจตนาต่อต้านโครงการ เพียงแต่สับสนและตื่นตระหนกจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ตรงกัน และการลงพื้นที่ปักป้ายเวนคืนโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
✔ชี้แจง: โครงการจะจัดทำ ข้อมูลที่อัปเดตและชี้แจงแผนงานเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้ผู้นำชุมชนนำไปประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายให้ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุได้รับทราบและเตรียมตัวล่วงหน้า
🤝 [การมีส่วนร่วม] ขอให้เพิ่มการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะในขั้นตอนสำรวจและออกแบบก่อสร้าง พร้อมขอความเห็นใจให้คำนึงถึงความเดือดร้อนและการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนอย่างรอบด้าน
✔ชี้แจง: โครงการดำเนินงานการมีส่วนร่วมควบคู่ตลอดระยะเวลาการศึกษา และเปิดช่องทางติดตาม/สอบถามผ่านเว็บไซต์ LINE Official และ Facebook ของโครงการอย่างต่อเนื่อง